เล่าเรื่องรัก : รักกลางตลาด
  
  
ColumDetail
20
เล่าเรื่องรัก : รักกลางตลาด
 

 เล่าเรื่องรัก
HUG Magazine ปีที่ 6 ฉบับที่ 4


 


           รักกลางตลาด
 

รักกลางตลาด

     คุณนายสงวนเป็นแม่หม้ายลูกติดสองคน คนผู้ชายชื่อ ‘อาจหาญ’ เรียนหนังสือเก่ง กำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง ส่วนลูกสาวชื่อ ‘อารีย์’ เรียนหนังสือไม่เก่ง เลยออกมาอยู่บ้านช่วยแม่ค้าขาย คุณนายสงวนเธอไม่ได้มียศถาบรรดาศักดิ์อะไรหรอก เพียงแต่เป็นเจ้าของตลาดและเป็นนายทุนเงินกู้ ดอกเบี๊ยสูงปรี๊ดรายใหญ่ของตลาดเขาโด่ง ผู้คนในย่านตลาดแห่งนั้น เลยพากันแต่งตั้งตำแหน่งคุณนายให้ ซึ่งเจ้าตัวก็ยิ้มแป้นทุกครั้งที่คนเรียกว่าคุณนาย
     ชาวบ้านร้านถิ่นพากันคิดว่า คุณนายสงวนมีลูกสาวคนเดียวคือนางสาวอารีย์ เพราะหนุ่มอาจหาญไม่เคยเหยียบย่างไปที่ตลาดเลย เหตุผลภายนอกก็คือเป็นคนรักเรียนไม่ค่อยมีเวลา เหตุผลภายในครอบครัวก็คือ คุณนายสงวนหวงลูกชายมาก ยิ่งลูกชายสอบเข้ามหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงได้ คุณนายสงวนยิ่งคุยไวโอ้อวด และไม่เคยให้ออกมาปรากฏกายที่ตลาดเลย มีแต่อารีย์เท่านั้นที่คอยช่วยงานแม่ 
     ในตลาดแห่งนี้มีผู้คนมากมายหลากหลายแบบอย่าง บางชีวิตไม่น่านำมาเป็นตัวอย่าง น่าจะขากถุยมากกว่า ตัวอย่างเช่น... ยากจนหาเช้ากินค่ำอยู่เดิมแล้ว แต่ยังดื่มเหล้าเล่นการพนันทุกชนิดที่ขวางหน้า พอขัดสนหนักๆ เข้าก็วิ่งมาขอกู้เงินจากคุณนายสงวน ปล่อยให้คุณนายสงวนขูดรีดเอาดอกเบี๊ยแพงๆ แต่ก็ยังมีครอบครัวที่น่านำมาเป็นตัวอย่าง ทำมาหากินตัวเป็นเกลียว สู้ประหยัดอดออมไม่เคยเที่ยวเตร่เฮฮา เก็บเงินส่งเสียให้ลูกได้ศึกษาเล่าเรียน อย่างเช่นครอบครัวของแม่ค้าขายผักในตลาดชื่อนางน้อม นางทำมาหากินตัวคนเดียวจนส่งลูกเรียนถึงมหาวิทยาลัย
นางน้อมเป็นแม่หม้ายผัวตาย มีอาชีพขายพักอยู่ในตลาดเขาโด่ง มีลูกสาวคนเดียวชื่อ ‘พิราภรณ์’ หรือ เจี๊ยบ ซึ่งเรียนหนังสือเก่งสอบได้ทุนมาตลอด 
     ตอนเช้าก่อนไปเรียนหนังสือเจี๊ยบต้องมาช่วยแม่จัดร้านขายผักก่อนเสมอ ด้วยความที่ลูกสาวเรียนเก่ง นางน้อมผู้เป็นแม่เลยมีกำลังใจหาเงินให้ลูกเรียนมาจนจบ จะมีงานรับปริญญาภายในเร็ววัน แต่ลูกสาวไม่มีเงินสำหรับลงทะเบียนจบ เช่าชุดรับปริญญา นางน้อมไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหน นางเลยมาขอกู้เงินจากคุณนายสงวนนายทุนที่รู้จักคุ้นเคย เพราะเคยขอกู้มาหลายครั้งแล้ว
เนื่องจากว่านางน้อมไม่มีหลักทรัพย์อะไร มาประกันเงินที่ขอกู้ นางเลยมานั่งอธิบายให้คุณนายสงวนฟังว่า ลูกสาวกำลังจะรับปริญญาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นางจึงมาขอกู้เงินไปให้ลูกใช้จ่ายในงานรับปริญญา ฝ่ายคุณนายสงวนพอได้ยินว่า ลูกสาวนางน้อมแม่ค้าขายผัก เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับลูกชายของตนก็ไม่ชอบใจ โกรธหน้าเขียวหน้าแดงหาว่านางน้อมคุยโม้โอ้อวดลูก เหตุนี้เองคุณนายสงวนทำท่าว่าจะไม่อยากให้เงิน เพราะมีความหมั่นไส้นางน้อมมาก ฝ่ายนางน้อมก็ออดอ้อนวิงวอนว่า นางพูดจริงไม่ใช่คุยโม้เลย ทั้งสองเลยตอบโต้กันไปตอบโต้กันมานานสองนาน
จนเวลาผ่านไปถึงบ่ายค่ำ หนุ่มอาจหาญกลับมาถึงบ้าน ได้ยินแว่วๆ ว่าแขกของแม่พูดถึงว่ามีลูกเรียนอยู่ที่เดียวกับตนชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปยกมือไหว้แขกของแม่ แล้วถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้าดีใจว่า
     “สวัสดีครับคุณป้า ลูกของคุณป้าเรียนที่เดียวกับผมด้วยดีจังเลย ลูกคุณป้าชื่ออะไร เรียนอยู่คณะอะไรหรือครับ?” นางน้อมตกตะลึงเพราะนึกไม่ถึงว่า จะมีหนุ่มน้อยท่าทางใจดี นิสัยดีแอบฟังอยู่ ระหว่างที่นางเอ้อๆ อ้าๆ อยู่ คุณนายสงวนเลยแซงพูดขึ้นว่า 
     “โถ...ลูกอย่าไปสนใจเลย ป้าน้อมเป็นลูกค้าของแม่เขามาขอกู้เงิน แกคุยโม้ว่าลูกสาวแกกำลังจะรับปริญญา แกมากู้เงินไปให้ลูกสาวแกรับปริญญา จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ แม่ก็ไม่อยากสนใจ จะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของเขา”
     หนุ่มอาจหาญยิ่งเชื่อในคำพูดของนางน้อมมากขึ้น ซักถามจนนางน้อมต้องบอกชื่อลูกสาวชื่อ
พิราภรณ์ ฟองสมัคร เรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาภาพถ่ายทางอากาศ หนุ่มอาจหาญ ตกตะลึงหนักยิ่งไปกว่าเดิม เพราะชื่อที่นางน้อมบอกมานั้น เป็นชื่อของสาวคนรักที่คบหากันมาตั้งแต่งานรับน้องเมื่อหลายปีก่อน 
     หนุ่มอาจหาญคุกเข่าเข้าไปกราบแทบตักนางน้อม ท่ามกลางความตื่นตะลึงของคุณนายสงวนผู้เป็นมารดา พร้อมทั้งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นรัว
      “เรื่องจริงหรือลูก มันเป็นไปได้อย่างไรนะลูกสาวยายน้อมจะมาเรียนอยู่ที่เดียวกับลูกฉัน”
     คุณนายสงวนกระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก นางมีอาการกระดากอายนางน้อม ที่นางน้อมเป็นเพียงแม่ค้าขายผักเล็กๆ คนหนึ่ง หลายปีที่ผ่านมานางน้อมเคยมากู้เงินของนางอยู่บ่อยๆ แต่ก็ตรงเวลาในการจ่ายต้นจ่ายดอก จ่ายหมดแล้วกู้ใหม่ไปหลายครั้งแล้ว แต่พอมาวันนี้ยายน้อมแม่ค้าผักคนนี้มีทีท่าว่าจะมาเกี่ยวดองกับตน คิดแล้วอยากจะคายของเก่า เพราะยากที่จะทำใจยอมรับได้ แต่ด้วยความรักลูก เกรงใจลูก เลยจำต้องสงบปากสงบคำเอาไว้
     “เรื่องจริงครับแม่ พิราภรณ์ หรือเจี๊ยบ เพื่อนผมที่คบหากันมาตั้งแต่เรียนอยู่ปีแรก เจี๊ยบเรียนเก่งมากเธอช่วยติวให้ผมมาโดยตลอด ถ้าไม่มีเจี๊ยบคอยช่วยเหลือ ผมคงไม่มีวันนี้อย่างแน่นอน เจี๊ยบเรียนเก่งขนาดว่า มีบริษัทมีชื่อเสียงมาจองตัวให้ไปทำงานตั้งแต่เจี๊ยบเรียนอยู่ปี 3 โดยที่ไม่ต้องไปเดินหางานทำเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ แม่ครับ... ช่วยเหลือเรื่องเงินคุณป้าไปเถิด ต่อไปผมกับเจี๊ยบก็ต้องแต่งงานกัน” คุณนายสงวนพยักหน้าหงึกๆ แบบคนช็อก 
     “แม่ยังไม่เคยได้เห็นหน้าเห็นตาเลย นิสัยใจคอเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้”
      คุณนายสงวนนิ่งสงบแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อนห้องนั้นทั้งห้องจะต้องสนั่นหวั่นไหวไปเสียงหวีดร้องตะโกนด่าทอ แต่วันนี้ไม่ใช่ มีแต่ความเงียบเข้าคอบคลุม หนุ่มอาจหาญคลานเข้าไปกราบแทบเท้าแม่ ขณะนั้นเหมือนสติของคุณนายสงวนจะกลับมาอีกครั้ง นางก้มลงประคองกอดลูกชายสุดที่รัก แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ว่า 
     “แม่รักลูกมาก ลูกคือดวงใจของแม่ ในเมื่อรักหนูเจี๊ยบแม่ก็จะพิจารณา” หลังจากนั้นนางก็เปิดกระเป๋าหยิบเงินมากกว่าที่นางน้อมมาขอยืม ส่งให้นางน้อมรับไปอย่างง่ายๆ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยมีมาก่อน 
      เรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มอาจหาญ ลูกชายคุณนายสงวนเจ้าของตลาดเขาโด่ง กับพิราภรณ์ ลูกสาวนางน้อมแม่ค้าขายผัก เป็นที่กล่าวขวัญร่ำลือกันไปช้านาน เพราะความเค็มความเจ้ายศเจ้าอย่างของคุณนายสงวน แต่ความรักลูกชาย สามารถสยบความร้ายกาจต่างๆ ลงได้อย่างราบคาบ งานแต่งงานของสาวพิราภรณ์กับหนุ่มอาจหาญได้มีขึ้นอย่างใหญ่โตหรูหราสมหน้าสมตา 
 
     เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ คนเรานั้นยากดีมีจนแค่ไหน ก็ไม่ใช่เครื่องหมายแสดงว่าคนๆ นั้นเป็นคนดีไม่ได้ ขอให้คนไทยเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ โปรดอย่ามองว่า เงินมีอำนาจเหนือความเป็นคน เพราะทุกคนมี เกิด มีแก่ มีเจ็บ และมีตาย เหมือนๆ กัน ไม่มีใครที่จะหนีไปจากวงจรนี้พ้น
 
 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);