เล่าเรื่องรัก : รัก12ชั่วโมง
  
  
ColumDetail
11
เล่าเรื่องรัก : รัก12ชั่วโมง
 

เล่าเรื่องรัก
HUG Magazine ปีที่ 5 ฉบับที่ 11

 

                 รัก12ชั่วโมง

รัก12ชั่วโมง
 

          ท่านใดเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้าง ถึงแม้กาลเวลาจะผ่านพ้นไป หลายปีแล้วแต่ฉันยังไม่เคยลืมเลย ขออนุญาตนำเรื่องความประทับใจ ของสาวแก่วัยใกล้ 40 มาเล่าสู่กันฟังนะคะ…
          ฉันชื่อชมพู่ ลิ่วสะอาดพงษ์ วัย 38 ปี เมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงของประเทศ น้าสาวที่ไปมีครอบครัวอยู่ประเทศสวีเดน ก็ให้รางวัลเป็นตั๋วเครื่องบินๆ ไปเยี่ยมครอบครัวของน้า วันที่ได้รับอีเมลจากน้าฉันกรีดร้องดีใจลั่นบ้าน เพราะ 4 ปีในรั่วมหาวิทยาลัย ฉันไม่เคยได้เที่ยวไกลๆ เลย โดยเฉพาะไปต่างประเทศ จึงเป็นการเดินทางไกลครั้งแรกของฉัน คิดถึงความรู้สึกครั้งนั้นคราใดฉันยังยิ้ม และเศร้าเล็กๆ อยู่ในใจคนเดียว
          วันเดินทางฉันรีบขอตัวจากพ่อแม่ เพราะภายในของสนามบินสุวรรณภูมิ ฉันยังไม่เคยเห็นเลย มีแต่เห็นภาพในนิตยสารต่างๆ ฉันค่อยๆ เดินดูบริเวณอันสวยงามอย่างพินิจพิจารณา เดินผ่านมาถึงบริเวณร้านค้าก็ได้แต่ชมดูเท่านั้น เพราะปัจจุบันนี้มีกฏระเบียบมากมาย ในการนำข้าวของขึ้นเครื่องบิน ส่วนของฝากครอบครัวของน้า แม่ได้จัดการซื้อหาบรรจุลงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว สัมภาระของฉันจึงมีเพียงเป้ใบเดียว
          ฉันเดินดูสินค้า อาคารสถานที่ จนใกล้จะถึงเวลาขึ้นเครื่อง ภายในห้องรอขึ้นเครื่องเต็มไปด้วยผู้โดยสารมากมาย มากจนไม่น่าจะไปเครื่องลำเดียวกันหมด แต่ภายในห้องนั้นผู้โดยสารลำเดียวกันทั้งหมดจริงๆ โอ้... ภายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ นางสาวชมพู่ก็จะได้นั่งเครื่องบินลำใหญ่แล้ว นับว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ ฉันจะต้องจดจำไปตลอดชีวิต เสียงเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องเหมือนเสียงจากสวรรค์ ฉันเดินตามๆ คนอื่นๆ เข้าไปแบบอมยิ้มอยู่ในใจ
          ฉันได้ที่นั่งติดริมหน้าต่างอย่างที่จองไว้ เพราะฉันเตรียมพร้อมที่จะตักตวง ภาพและเสียงให้เต็มพิกัด กล้องถ่ายรูป สมุดบันทึกถูกนำออกมาวางไว้บนเก้าอี้ว่างด้านข้าง เออ... นะถ้าเก้าอี้ข้างฉันมันว่างไปตลอดจนถึงสวีเดน ก็จะดีหรอก ฉันจะได้อาศัยวางของให้เปรมไปเลย พอใกล้เวลาเครื่องจะออกความหวังที่จะมีอาณาเขตเพิ่มขึ้นของฉันก็พังลง เพราะมีผู้โดยสารเจ้าของที่นั่งมาแล้ว ฉันเมินหน้าแต่ได้ยินเสียง Hello!
          ฉันจำต้องตอบไปตามมารยาท พร้อมทั้งชำเรืองสายตามองเขานิดหนึ่ง ทันใดนั้นฉันก็ต้องตกตลึ่งพึงเพริด
          โอ้... ฉันฝันไปหรือเปล่านี่ ผู้ชายคนที่นั่งข้างฉันเขาหล่อมากๆๆๆ นอกจากใบหน้าหล่อเหลาแล้ว รูปร่างสูงน่าจะเกิน180 เซนติเมตร เพราะในขณะที่เขายืนเก็บกระเป๋า เขาต้องก้มหัวเล็กน้อย เขาส่งยิ้มพร้อมทั้งก้มหัวให้ฉันเป็นการทักทาย โอ้... พระเจ้าช่วยด้วย! ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนจะดูดีขนาดนี้ แถมมานั่งอยู่ใกล้ขนาดหายใจรดกัน
          ใบหน้าเข้าคล้ายๆ แขกนิดๆ จมูกโด่งคิวดกดำพองาม ริมฝีปากของเขาสีชมพูเรื่อๆ นิ้วมือเรียวสะอาดสะอ้าน นาฬิกาที่ใช้มียี่ห้อ เขาใส่สูทแต่ไม่ได้ผูกเนคไท ซึ่งเป็นแบบที่คนหนุ่มรุ่นใหม่นิยมกัน และที่สำคัญนิ้วนางด้านซ้ายเขายังว่างเปล่า! กรี๊ดๆ ๆ ฉันมัวแต่ชำเลืองสำรวจตรวจตราจนเจ้าหน้าที่ เดินมาถามว่าจะรับอาหารชนิดไหน มีหมูไก่ และปลา เขาเป็นสุภาพบุรุษม๊าก เขาผายมือถามฉันก่อน
          อุ๊ยๆ คนอะไรดูเพรียบพร้อมไปหมด
          ท่าทางการกินอาหารของเขา บอกได้เลยว่าเขาเป็นคนที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาดี ค่อยๆ กินแบบช้าๆ เคี้ยวไม่มีเสียงดังจนน่าเกียจ อาหารบนถาดสะอาดเรียบร้อย เล่นเอาคนที่ชอบกินอาหารเร็วๆ อย่างฉันต้องจ๋อยไปเลย เขาเริ่มคุยกับฉันบ้างแล้ว เขามาประชุมเรื่องงานที่กรุงเทพฯ เขาทำงานเป็นนักออกแบบเครื่องมือแพทย์ โรงพยาบาลในเมืองไทยหลายแห่ง เป็นลูกค้าของบริษัทเขา 
          ว้าวๆ ...นักออกแบบเครื่องมือแพทย์เชียวนะ ขี้เหล่เสียที่ไหนล่ะ ฉันแอบปลื้มเขาเงียบๆ
หลังจากที่ฟังเรื่องราวของเขาไปได้หน่อย เขาก็ถามฉันบ้างว่าไปเที่ยวสวีเดน หรืออยู่ที่สวีเดน เมื่อเขารู้ว่าฉันมาสวีเดนเป็นครั้งแรก เขาทำท่าดีใจและออกปากเชิญชวนให้ไปเที่ยวที่บ้านพักตากอากาศของบริษัทเขา
          “ดูสิ... เขาถ่อมตัวมากเลย ถ้าเป็นหนุ่มไทยคงคุยโม้แล้วว่า เป็นบ้านพักตามอากาศของบ้านผม”
          เราคุยกันมากมายหลายเรื่อง ฉันยอมรับว่าภาษาอังกฤษของเขาดีเยี่ยมจริงๆ ฉันจึงต้องพยายามใช้ภาษาให้ถูกต้องที่สุด
          ภายในหัวใจของฉันร้อนวูบวาบอยู่ตลอดเวลา ยิ่งเวลาที่ข้อศอกหรือมือของเขา พลาดมาแตะแขนฉัน ความรู้สึกอย่างนี้กระมังที่ เขาเรียกว่า ‘ความรัก’ แต่ท่าทางที่เขาแสดงออกมาก็ดูไม่ได้มีอะไรพิเศษ หรือเขาอาจเป็นคนที่ซ่อนความรู้สึกเก่งก็ได้
          เขาแนะนำตัวว่า เขาชื่อดาเนียล แจ๊ส เขาไปๆ มาๆ ระหว่างกรุงเทพฯ สวีเดนนานกว่า 5 ปีแล้ว รู้สึกประทับใจในความยิ้มแย้มแจ่มใสของคนไทยมาก 
          นั่นแน่ เขาเริ่มเผยความในใจออกมาแล้ว โอ้ย...นี่ฉันบ้าไปหรือเปล่านะ? เจ้าพระคู้นขอให้ความบ้าของฉันเป็นจริงทีเถิด
          พอเขารู้ว่าฉันมีเวลาอยู่ในสวีเดนแค่หนึ่งเดือน ดูท่าทางเขาเสียดาย พร้อมทั้งแนะนำว่า ควรจะท่องเที่ยวสถานที่สำคัญๆ ให้มากที่สุด เขาเสนอว่า ที่บริษัทของเขามีรถตู้อยู่ นั่งได้แปดคน เขายินดีให้ขอยืมพร้อมกับคนขับ พาฉันและครอบครัวของน้าไปเที่ยวได้สองวัน คือเสาร์ - อาทิตย์ เพราะถ้าเป็นวันธรรมดารถคันดังกล่าวจะต้องใช้งาน ฉันรีบขอบคุณในความมีน้ำใจของเขา แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ยังไม่ได้เอ่ยปากว่า ‘เขาจะเป็นคนพาฉันเที่ยว’
          ฉันแอบหวังว่า เขาน่าจะถามเรื่องส่วนตัวของฉันบ้าง เพื่อที่ฉันจะได้มีเวลาแนะนำตัวเองแบบลึกๆ ได้บ้าง แต่ก็ยังไม่มีวี่แวว เขาเป็นสุภาพบุรุษจริงๆ แต่ทันใดนั้นหัวใจฉันก็พองโต เมื่อได้ยินเขาถามว่า 
          “คุณน่าจะอยู่เที่ยวสวีเดนนานๆ เพราะสวีเดนมีสถานที่สวยงามมากมายหลายแห่ง
          ฉันรีบฉวยโอกาสอธิบายเลยว่า ฉันเพิ่งเรียนจบและได้สมัครงานไว้แล้ว เชื่อว่าระยะเวลาหนึ่งเดือนต่อจากนี้ไป ฉันน่าจะถูกเรียกเข้าไปสัมภาษณ์งาน ใจจริงแล้วฉันอยากอยู่เที่ยวต่อนานๆ แต่คงต้องเป็นโอกาสหน้า ขอกลับไปทำงานสักพัก แล้วจะกลับมาเที่ยวอีกแน่นอน
          เมื่อคุยกันถึงเรื่องงานเขาก็หยิบนามบัตรให้ฉันหนึ่งใบ พร้อมทั้งบอกว่า ภาษาอังกฤษของฉันดีทีเดียวถ้าสนใจงานติดต่องานขายอุปกรณ์แพทย์โทรหาเขาได้ 
          “ว้าว..” ฉันได้แต่ร้องอยู่ในใจ สักพักก็มีเสียงสัญญาณเข้ามาว่า มีข้อความเข้ามาในมือถือของเขา เขารีบเอ่ยปากขออภัยกับฉัน แล้วหันไปกดโทรศัพท์ เพื่อดูข้อความความด้วยใบหน้าท่าทางตื่นเต้นดีใจ ดูเขามีความสุขมากดูไปยิ้มไป ฉันอยากจะรู้นักว่าเขาดูรูปอะไรอยู่ แต่จำต้องรักษามารยาท ไม่กล้าแม้แต่จะชำเลือง
          เมื่อเขาดูจนพอใจแล้ว เขาก็เอียงตัวมาทางฉัน พร้อมทั้งพูดว่า 
          “ผมจะให้คุณดูความน่ารักของลูกสาวผม นี่ไงครับ อายุขวบกว่าๆ แล้วเขาชื่อไลล่า”
คุณเคยโดนไฟฟ้าช็อตไหม นั่นแหละค่ะ อาการของนางสาวชมพู่ในขณะนั้น…

 

 

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);