รักเพื่อน...เพื่อนรัก : ไม่มีข้อแม้สำหรับมิตรภาพ มิ้น – มิณฑิตา วัฒนกุล & จุ้มจิ้ม – วรนันท์ จันทรัศมี
  
  
ColumDetail
17
รักเพื่อน...เพื่อนรัก : ไม่มีข้อแม้สำหรับมิตรภาพ มิ้น – มิณฑิตา วัฒนกุล & จุ้มจิ้ม – วรนันท์ จันทรัศมี
 

Hug Magazine ปีที่ 5 ฉบับที่ 10
รักเพื่อน ... เพื่อนรัก : นลภรณ์

 

มิ้น – มิณฑิตา วัฒนกุล & จุ้มจิ้ม – วรนันท์ จันทรัศมี

          ชีวิตของเราทุกวันนี้ ช่วงเวลากว่าครึ่งหนึ่งหมดไปกับการทำงาน จนไม่มีเวลารักษามิตรภาพของเพื่อนเอาไว้ แต่คงใช่ไม่ได้กับ ‘จุ้มจิ้ม – วรนันท์ จันทรัศมี’ กับ ‘มิ้น – มิณฑิตา วัฒนกุล’ สองเพื่อนสาวคนสนิทที่โคจรมาพบกันด้วยเรื่องของการทำงาน ทั้งคู่ยิ่งสนิทสนมกันมากขึ้น มอบความจริงใจ ใส่ใจ ดูแลกันและกัน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ‘รักเพื่อน... เพื่อนรัก’ จึงขอเผยเรื่องราวความประทับใจให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงความรัก และความหวังดีที่ทั้งสองมีให้กันและกันตลอดมา
มิ้น – มิณฑิตา วัฒนกุล & จุ้มจิ้ม – วรนันท์ จันทรัศมี

ทำไมจุ้มจิ้มเลือกมิ้นมาพูดคุยกันในวันนี้คะ
 จุ้มจิ้ม : บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นเขา จิ้มเป็นคนมีเพื่อนเยอะ ทั้งในวงการและนอกวงการ ถ้าพูดถึงเพื่อนนักแสดงด้วยกัน ก็จะคิดถึงอยู่ 2 คน ก็คือ ‘มิ้น’ กับ ‘โบว์’ และโดยเฉพาะมิ้นจะรู้สึกปลื้มเขาในหลายๆ เรื่อง เป็นคนที่มีความสามารถรอบด้าน ฉลาด และน่ารักที่สุด จิ้มเลยคิดถึงเขาเป็นคนแรกค่ะ เหมือนถ้าได้มิ้นมาร่วมพูดคุยอยู่ข้างๆ ได้แชร์ประสบการณ์ที่เราเคยผ่านร่วมกันมาก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีมากค่ะ

จุดเริ่มต้นของมิตรภาพเริ่มต้นได้อย่างไรคะ
มิ้น :
เราแสดงละครเรื่องน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ด้วยกันค่ะ
จุ้มจิ้ม : จิ้มเป็นรุ่นเก่าแก่ (ยิ้ม) เริ่มแสดงก่อนเขา พออยู่ได้ไม่นานน้องมิ้นก็เข้ามา ซึ่งตอนนั้นจิ้มรับบทเป็นอินทร์ ส่วนมิ้นรับบทเป็นแก้ว เพราะโดยส่วนตัวชื่นชอบผลงานของเขาตั้งแต่อยู่ในบ้านเอเอฟ (ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย) เป็นสาวน้อยที่ร่าเริงค่ะ

แล้วบรรยากาศครั้งแรกที่เจอกันเป็นอย่างไรบ้างคะ
 จุ้มจิ้ม : ตอนนั้นเราเข้าฉากแรก มิ้นต้องแสดงกับพี่ปั๋ง (ประกาศิต โบสุวรรณ) เป็นคุณพ่อในเรื่อง เป็นฉากปะทะอารมณ์มาก ซึ่งตั้งแต่มีละครเรื่องน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์มา บทบาทส่วนใหญ่จะเป็นแนวสดใส เบาสมอง แต่พอมิ้นเข้ามาผู้กำกับก็ให้แสดงบทที่หนัก ท้าทายความสามารถ ฉากแรกก็ต้องกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะเต้นโชว์ เพราะในเรื่องคุณพ่อของมิ้นเป็นมาเฟีย เจ้าของผับ เขาจะเป็นเด็กที่ครอบครัวไม่สมบูรณ์ด้วยความที่คุณแม่เสียชีวิตไปตั้งแต่เด็กๆ ถือว่ามิ้นทำได้ดีมาก ทำให้รุ่นพี่ที่เข้าฉากด้วยกันหลายๆ คนรู้สึกทึ่งในความสามารถของเขา น้องเป็นคนเก่ง พวกเราเป็นรุ่นพี่ยังไม่เคยมีใครได้รับบทแบบนี้เลย ถือว่าเป็นการแจ้งเกิดจริงๆ ค่ะ 
  มิ้น : จำได้ว่าครั้งแรกที่เจอกัน พี่จุ้มจิ้มเป็นคนบุคลิกลักษณะของเขา เหมือนกับชื่อของเขาจริงๆ ทุกอย่างดูเล็กไปหมดเลย วันแรกที่เจออาจจะยังไม่รู้จักนิสัยใจคอของพี่จิ้มว่าเป็นอย่างไร แต่เท่าที่เห็นเขาจะเป็นสาวหวาน น่าทะนุถนอม คอยเป็นครูคอยแนะแนวให้น้องๆ สอนการแสดงให้พวกเราตลอดมาค่ะ

เพราะอะไรทั้งคู่ถึงมาสนิทสนมกันได้คะ
 มิ้น : ก่อนอื่นต้องบอกว่า กองละครเรื่องน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ เป็นกองที่มีผู้กำกับซึ่งพวกเราเหล่านักแสดงจะขึ้นชื่อว่า ดุมาก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เหล่านักแสดงสามัคคีกันโดยปริยาย
 จุ้มจิ้ม : ด้วยความที่ละครเรื่องน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์มีแต่เด็กผู้ชาย พวกเราเลยเริ่มสนิทสนมกัน ในกลุ่มจะมีสมาชิก 3 คน คือ จุ้มจิ้ม, โบว์ (โชติมา นวคุณากร) และมิ้น เรามาสนิทกันมากกว่าเดิมในละครเรื่อง ‘ต้มยำลำซิ่ง’ ด้วยงานที่ทำให้เราเจอกันเกือบทุกวัน แล้วมาตอนหลังก็มีเรื่องของความรักมิ้นเลยกลายเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของจิ้มคนแรกที่นึกถึงเลยค่ะ

ผู้ชายในสเป็คของพี่สาวคนนี้ต้องเป็นอย่างไร
 มิ้น : อย่างแรกที่รู้สึกเลยคือ พี่จิ้มชอบผู้ชายเลวๆ ด้วยความที่เขาเป็นสาวเรียบร้อย และอ่อนหวาน เลยอาจจะชอบสิ่งที่ตรงกันข้ามกับตัวตนของเขา อะไรที่ท้าทายเลยมองว่าดี น่าสนใจกว่าผู้ชายปกติ (สบตาพี่สาว) 
 จุ้มจิ้ม : ส่วนผู้ชายในสเป็คของมิ้น ต้องเป็นหนุ่มนักกีฬา หุ่นฟิต และมีความเป็นศิลปินในตัว ซึ่งจริงๆ แล้วมิ้นเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง เขาจะต้องการคนที่ไม่เรียกร้อง หรือยุ่งกับเขามากจนเกินไป เพราะแท้ที่จริงเขาเป็นผู้หญิงแข็งแกร่ง สามารถยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้อยู่แล้ว ฉะนั้นคนที่เข้ามาในชีวิตของเขาจะต้องเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย ต้องมีนิสัยเป็นผู้นำ คอยเป็นที่ปรึกษารับฟังในยามที่เขาต้องการได้ค่ะ

ทราบมาว่ามิ้นเป็นที่ปรึกษาด้านความรักที่ดีที่สุดจริงไหมคะ
 จุ้มจิ้ม : เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง จิ้มรู้สึกสับสนกับความรัก เลยขับรถมาปรึกษาโบว์กับมิ้น เรา 3 คนนั่งปรับทุกข์กันนาน ทั้งสองคนเห็นว่าดึกแล้วเลยนั่งรถมาส่งถึงบ้าน แล้วยังยืนคุยหน้าบ้านเป็นชั่วโมงๆ ความประทับใจครั้งนั้น เลยทำให้จากละครก็กลายมาเป็นความสนิทสนมกันในชีวิตจริงค่ะ 
 มิ้น : ในวงการบันเทิง ทุกคนก็ต้องพยายามรักษาภาพลักษณ์ เลยกลายเป็นเรื่องยากที่จะเปิดใจคุยเรื่องส่วนตัวกัน แต่ด้วยความที่เราทำงานกันมานาน ผ่านประสบการณ์ความสุข ความทุกข์มาด้วยกัน เพราะการทำงานในละครน้องใหม้ร้ายบริสุทธิ์เป็นงานที่เครียดและจริงจัง 3 ปีที่ได้ทำงานด้วยกัน ไม่มีใครที่รู้จักนิสัยใจคอของมิ้นดี เท่าพี่จิ้มและโบว์อีกแล้วค่ะ (ยิ้ม)

ที่ผ่านมาเคยพาหนุ่มๆ มาให้พี่สาวช่วยดูบ้างไหม
 จุ้มจิ้ม : ไม่เคยเลย (น้ำเสียงน้อยใจ) แต่จิ้มเข้าใจค่ะ ด้วยความที่เขาเป็นสาวเข้มแข็ง การตัดสินใจที่จะคบกับใครสักคน จะต้องเชื่อมั่นว่าเขาเลือกในสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองแล้ว
 มิ้น : การปรึกษาเรื่องความรักมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน พี่จิ้มจะเป็นคนปรึกษาเรื่องความรักตลอด ไม่ว่าจะเป็นตอนที่กำลังแอบปิ๊ง หรือระหว่างที่คบหาเป็นแฟนกัน ด้วยความที่เขาไม่มั่นใจ ตรงนี้มิ้นมองว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะได้เผื่อใจเอาไว้แล้วเวลาที่อกหักจะเจ็บใจน้อยกว่าเวลาที่เลิกลากัน แต่สำหรับมิ้นคบปุ๊บเพิ่งบอกเขา เพราะคิดว่าเมื่อเรามั่นใจยังไงก็ใช่ แต่พอไม่ใช่ปุ๊บก็จะรู้สึกเสียใจมาก เวลานัดทานข้าว ถ้ามิ้นนั่งนิ่งๆ ไม่พูดคุยก็จะรู้แล้วว่าเพิ่งอกหักมา เหมือนน้ำตาตกในอยู่ เรื่องความรักเขาอาจจะไม่ถนัด แต่สำหรับการทำงาน มิ้นต้องยกย่องเขาเลยค่ะ เพราะพี่จิ้มเป็นเวิร์คกิ้งวูแมน มีวินัยในตัวเองสูง เวลางานคืองาน เขาจะทำหน้าที่ของเขาให้เต็มที่ไม่มีผิดพลาด เป็นผู้หญิงเก่ง 
 จุ้มจิ้ม : บางครั้งในเรื่องของความรัก เราก็เหมือนเป็นน้อง ทั้งๆ ที่โตกว่าถึง 3 ปี แต่การเรียนรู้ชีวิต การมองโลกไม่เหมือนมิ้น เขาเป็นคนที่ทันคน เป็นสาวแกร่งกล้าตัดสินใจเรื่องต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต (ส่งยิ้มหวานให้น้อง)
 มิ้น : ด้วยความที่พี่จิ้มเป็นคนมองโลกในแง่ดี ในหลายๆ ครั้งที่เขากำลังคบกับใครสักคน เรารู้สึกว่าผู้ชายคนนั้นกำลังเอาเปรียบพี่สาวเราอยู่ แต่ตัวเขาเองกลับมีความสุขที่สถานการณ์ดำเนินไปในแบบนั้น
จุ้มจิ้ม : อย่างเรารู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนที่จีบผู้หญิงหลายคนในคราวเดียวกัน เราก็จะให้กำลังใจตัวเองด้วยการบอกว่า ไม่เป็นไรความดีของเราจะชนะใจเขาสักวันและในที่สุดก็ไม่สมหวังอยู่ดี ซึ่งโบว์กับมิ้นจะเซ็งมาก เวลาที่เห็นเรายังทนอยู่แบบนั้น (ส่งตาหวานให้น้องสาวคนสนิท)

สิ่งไหนคือความเหมือนกันของทั้งคู่
 มิ้น : เรามีนิสัยแข็งแกร่งเหมือนๆ กันค่ะ ถึงแม้ภายนอกบุคลิกลักษณะอาจจะแตกต่าง แต่ในใจของพวกเราทั้ง 3 คน ไม่ว่าจะเป็นพี่จุ้มจิ้ม โบว์ หรือตัวมิ้นเอง ก็อยากมีใครสักคนที่คอยดูแลจิตใจของเรานะ (หัวเราะ)
จุ้มจิ้ม : เวลาที่เราอยู่ด้วยกันเหมือนไม่ต้องมานั่งแอ๊บในสิ่งที่เราเป็น คงเพราะเคมีในตัวเรามันตรงกัน เลยสามารถจูนเข้าหากันได้อย่างลงตัว เราต่างเข้าใจธรรมชาติของกันและกัน ไม่ตัดสินคนจากสิ่งที่มองเห็น แต่สัมผัสด้วยการเรียนรู้ และศึกษาด้วยหัวใจค่ะ

แล้วความประทับใจในกันและกันล่ะ
มิ้น :
เวลาที่มิ้นมีประเด็นเรื่องของข่าวสาร ก็ได้รับกำลังใจจากพี่เขา ณ เวลานั้นเป็นช่วงที่เราไม่สามารถคาดหวังอะไรจากใครไม่ได้เลย และไม่มีใครพร้อมจะทำอะไรดีๆ ให้เรา แต่เราก็ยังสัมผัสได้ว่ายังมีเขาอยู่เคียงข้างเราเสมอมา
จุ้มจิ้ม : มิ้นเป็นคนที่รักครอบครัวมาก ถึงแม้เขาจะอายุน้อยกว่าเราแต่มีความรับผิดชอบสูง เขาสามารถทำทุกอย่างเพื่อคุณพ่อคุณแม่ได้โดยที่จิ้มยังไม่เคยทำแบบนั้นเลย เท่าที่รู้ว่าตอนนี้มิ้นทำงานได้เงินมาทุกบาททุกสตางค์ เขาจะให้คุณแม่ทั้งหมดเลย เป็นคนขยันทำงานสู้งานทุกอย่าง อีกอย่างหนึ่งที่ประทับใจก็ให้เราเห็นว่ามีใครที่รักเราอย่างชัดเจน
มิ้น : มิ้นยอมรับว่าตัวเองมีหน้าที่บังคับ ทำให้เราต้องทำงานหนักเพื่อครอบครัว แต่สำหรับพี่จิ้ม ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น ต้องยกย่องในความขยันของเขา ด้วยสถานะครอบครัวของพี่จิ้ม ถ้าไม่ทำงานก็ไม่เดือดร้อน แต่เขายังใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน ทำให้เรามีแรงบันดาลใจ โดยที่ไม่ต้องมีความกดดันทางสังคมทั้งหลายทั้งมวลมาผลักดันให้เราใช้ชีวิตอย่างเขาบ้าง (สายตาชื่นชม)
 
แนะนำเทคนิคการดูแลมิตรภาพอย่างยั่งยืนให้ฟังหน่อยคะ
 จุ้มจิ้ม : ต้องทลายกำแพงทุกอย่างออกให้หมด เราต้องกล้าที่จะเป็นผู้ให้ก่อนถึงที่จะได้รับสิ่งนั้นกลับมา
 มิ้น : ส่วนหนึ่งก็ต้องอาศัยดวงด้วยที่จะทำให้ได้เจอมิตรแท้ ที่เหลือก็ต้องพยายามใช้ความจริงใจ สร้างมิตรภาพที่ดีขึ้นมา มิตรภาพก็เหมือนต้นไม้ถ้าไม่รดน้ำสักวันก็คงจะเหี่ยวแห้งไป ถึงแม้ว่าตอนนี้พี่จิ้มจะไม่ได้แสดงแล้วแต่ เราก็จะพยายามรักษามิตรภาพที่ดีเอาไว้ ยอมรับว่าในขณะที่เราคุย line กับเพื่อนกลุ่มอื่นๆ มิ้นรู้สึกว่าไม่มีกรุ๊ปไหนคุยสนุกเท่าเพื่อนๆ นักแสดงในทีมน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทำงานร่วมกันแล้ว แต่เรายังคงชวนคุยสม่ำเสมอ เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องของการแบ่งเวลาให้กัน ในทุกๆ ความสัมพันธ์จะมีสิ่งหนึ่งเริ่มต้นขึ้นก่อนนั่นคือ ความไว้วางใจเกิดขึ้นเสมอๆ แล้วพอมีแล้วหลังจากนั้นเราก็ค่อยๆ เติมน้ำเข้าไป จนมันเต็ม เท่านี้ไม่ว่าเวลาจะห่างไปนานสักเท่าไหร่เราก็ยังคงต่อติดความสัมพันธ์เช่นเดิม เราเห็นแกนกลางของเขาแล้วว่าเป็นคนไม่มีอะไร เพราะฉะนั้นเรารู้แล้วว่าถึงภายนอกจะเปลี่ยน แต่แกนกลางของเขาเหมือนเดิม
 จุ้มจิ้ม : ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือแฟน ต้องมีเคมีในตัวที่ตรงกันถึงจะคุยกันเข้าใจ

ยังเป็นห่วงอะไรในกันและกันบ้างไหม
 จุ้มจิ้ม : มิ้นค่อนข้างแข็งแรงและดูแลตัวเองได้ดีอยู่แล้ว แต่ที่เป็นห่วงคือเรื่องของจิตใจของเขา มิ้นต้องทำงานเกือบทุกวัน เลยอยากให้เขามีกำลังใจสู้ต่อไป อยากให้คิดถึงคุณพ่อคุณแม่ให้มาก อยากให้มีกำลังใจในทุกๆ วัน
 มิ้น : ไม่มีเรื่องที่ต้องเป็นห่วงเรื่องเดียวก็คือเรื่องของผู้ชายที่จะเข้ามาในชีวิต มิ้นไม่ได้สนใจว่าพี่จิ้มจะมี แฟนเป็นแค่ตัวแปล เราสนใจเรื่องของจิตใจมากกว่าว่าเขาจะมีความสุขอย่างแท้จริงไหม มิ้นกลัวว่าถ้าหากเขาเจอใครที่ดึงเขาไปในทางที่ไม่ดีแล้ว ผ้าที่สะอาดไม่ควรจะต้องเลอะก็กลายเป็นสกปรกไปแล้วล้างออกยากก็แย่

ก่อนสิ้นสุดการสัมภาษณ์ เธอทั้งสองบอกว่าเราว่า “มิตรภาพของเธอนั้น เปรียบเสมือน ‘จิ๊กซอว์’ อาจจะมีเว้าแหว่งกันไปบ้าง คนหนึ่งเกิน อีกคนขาด แต่เมื่อมาอยู่รวมกันรอยต่อนั้นกลับผสานกันอย่างลงตัว”

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);