รักเพื่อน...เพื่อนรัก : โลกใบนี้จะไม่เหงา...ถ้าหากเรายังมีกัน “ต่าย – ชุติมา ลิ้มเจริญรัตน์” & “กุ๊งกิ๊ง – ปาลินี ศรีจันทร์”
  
  
ColumDetail
19
รักเพื่อน...เพื่อนรัก : โลกใบนี้จะไม่เหงา...ถ้าหากเรายังมีกัน “ต่าย – ชุติมา ลิ้มเจริญรัตน์” & “กุ๊งกิ๊ง – ปาลินี ศรีจันทร์”

Hug Magazine ปีที่ 5 ฉบับที่ 9
รักเพื่อน ... เพื่อนรัก : นลภรณ์

 
 

โลกใบนี้จะไม่เหงา...ถ้าหากเรายังมีกัน “ต่าย – ชุติมา ลิ้มเจริญรัตน์” & “กุ๊งกิ๊ง – ปาลินี ศรีจันทร์”

ต่าย – ชุติมา ลิ้มเจริญรัตน์” & “กุ๊งกิ๊ง – ปาลินี ศรีจันทร์

    

โลกใบนี้จะไม่เหงา...ถ้าหากเรายังมีกัน “ต่าย – ชุติมา ลิ้มเจริญรัตน์” & “กุ๊งกิ๊ง – ปาลินี ศรีจันทร์”


   ครั้งนี้ รักเพื่อน...เพื่อนรักมาเยือนถึงถิ่นแม่บ้านคิวทอง ที่เพิ่งจะมีข่าวดีฉลองครบรอบแต่งงาน 1 ปี ไปหมาดๆ เธอนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก คุณต่าย – ชุติมา ลิ้มเจริญรัตน์ที่วันนี้ไม่ได้เกี่ยวก้อยมาพร้อมกับสามีสุดที่รักเหมือนเช่นเคย แต่แอบเกี่ยวก้อยเพื่อนซี้ คุณกุ๊งกิ๊ง - ปาลินี ศรีจันทร์ มาร่วมพูดคุยรื้อฟื้นความทรงจำในอดีต ครั้งทั้งสองเพิ่งรู้จักกันในรั้วโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เมื่อ 10 ปีก่อน อย่ามัวรอช้าทั้งสองพร้อมเผยความประทับใจให้เราได้รู้กันแล้ว

 

ทั้งสองรู้จักกันครั้งแรกได้อย่างไร
 ต่าย : เรารู้จักกันที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จำได้ว่าตอนนั้นเรียนอยู่ชั้น ม. 4 เราสองคนไม่ได้เรียนอยู่ห้องเดียวกัน กุ๊งกิ๊งเป็นเพื่อนที่รู้จักผ่านทางเพื่อนสนิทของต่ายอีกทีหนึ่ง 
กุ๊งกิ๊ง : ถึงแม้ว่าเราจะอยู่คนละห้อง กุ๊งกิ๊งเรียนอยู่สายศิลป์ – คำนวณ ส่วนต่ายเรียนสายศิลป์ – ญี่ปุ่น
แต่พอถึงเวลาพักเที่ยงเราจะมานั่งจับกลุ่มกันเม้าท์ ไม่ว่าเป็นเรื่องเรียน ชีวิตส่วนตัว หรือแม้กระทั่งความรัก
ต่าย : 10 ปีแล้วเนอะที่เราเป็นเพื่อนกันมา (ยิ้มให้กัน)

ช่วยเล่าวีระกรรมสมัยเรียนให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ
กุ๊งกิ๊ง :
ต่ายสมัยเรียนจะชอบถูกเพื่อนกลุ่มอื่นรังแก มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาถูกหลอกให้มาเจอหน้ากับคนที่ไม่ชอบ แล้วถูกกลุ่มเพื่อนคนที่ไม่ชอบเขารุมทำร้าย แต่เรื่องราวกลับบานปลายเพราะ คุณครูเชิญผู้ปกครองมาที่โรงเรียน แล้วคุณพ่อคุณแม่ของเพื่อนคนนั้นเข้าใจผิดว่าต่ายเป็นคนที่แกล้งลูกเขา ดีที่คนนั้นสารภาพว่าเป็นเขาที่เป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน 
ต่าย : สมัยก่อนเป็นคนมองโลกในแง่ดี แล้วเชื่อคนง่ายมาก ทุกคนบนโลกใบนี้ไม่มีพิษมีภัย เลยกลายเป็นว่าถูกแกล้งเป็นประจำ ดีที่มีกุ๊งกิ๊งเป็นเพื่อนคอยช่วยเหลือ คอยเตือนให้เราไม่ไว้ใจคนจนเกินไปค่ะ

กิจกรรมสุดโปรดของทั้งคู่
ต่าย :
เราสองคนชอบชวนกันทานค่ะ อะไรที่ว่าใหม่ แปลก พวกเราไม่เคยพลาด แต่ต้องเป็นขนมหวานเท่านั้น ของคาวจะไม่ค่อยปลื้มสักเท่าไหร่ค่ะ
กุ๊งกิ๊ง : พวกเราจัดอยู่ในประเภทคนนิสัยไม่ดีเหมือนๆ กัน คือ เราจะไม่ชอบทานข้าวแต่จะแอบมาทานขนมหวานแทน (ยิ้ม)
 
แล้วเรื่องของนิสัยล่ะอย่างไรบ้าง
ต่าย :
จริงๆ เราสองคนนิสัยคล้ายๆ กัน เมื่อก่อนกุ๊งกิ๊งจะเป็นคนนิสัยง้องแง้งมากกว่านี้ แต่ตอนนี้เขาทำงานเวลาก็จะน้อยลง แต่เมื่อก่อนเขาจะเป็นคนละเอียดอ่อน ให้ความสำคัญกับเพื่อนเป็นอันดับหนึ่ง เวลาที่เกิดปัญหา หรือต่ายต้องการคำปรึกษาก็จะได้เขาคนนี้แหละที่คอยเป็นกำลังใจเสมอมา
กุ๊งกิ๊ง : ต่ายก็สไตล์เดียวกันแหละ เขาเป็นคนน่ารัก เป็นคนช่างเอาอกเอาใจ ใส่ใจ ดูแล โดยเฉพาะในโอกาสสำคัญอย่างวันเกิดเขาจะช่างประดิษฐ์ของขวัญกุ๊กกิ๊กมาให้ หรือมีเซอร์ไพรส์มาให้เพื่อนคาดไม่ถึงเสมอๆ อย่างเราเจอกันเขาก็จะสรรหาของเล็กๆ น้อยๆ เอามาให้ เวลาเราเห็นก็จะได้คิดถึงเขาตลอดยามที่เราไม่ได้เจอกัน มันเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าเขาให้ความสำคัญกับเรา และรักเรามากค่ะ (แอบมองตาเพื่อนสนิท)   

แล้วสิ่งที่ทั้งคู่นั้นคล้ายคลึงกันล่ะ
กุ๊งกิ๊ง :
เรารักสุนัขเหมือนๆ กัน ที่บ้านจะเลี้ยงไว้เยอะมาก แต่ที่บ้านจะเลี้ยงให้วิ่งเล่นในสถานได้ ส่วนต่ายจะเลี้ยงในห้อง ก็จะดูแลง่ายกว่าการเลี้ยงปล่อย
ต่าย : จำได้ว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งต่ายไปถ่ายหนังที่ต่างประเทศ ไม่มีใครดูแลสุนัขเลย รู้สึกเป็นห่วงไม่รู้จะทำยังไง ก็ได้กุ๊งกิ๊งกับที่บ้านนี่แหละใจดีรับฝากเลี้ยงเอาไว้อยู่หลายวัน ทีแรกพอรู้ว่าต้องห่างกันก็เป็นห่วงว่าแล้วใครล่ะที่จะคอยดูแลให้ ในห้องสิทธิพิเศษเปิดแอร์ให้อยู่ตัวเดียวไม่ออกไปปะปนกับสุนัขที่บ้านเขาเลี้ยงไว้ โชคดีได้เพื่อนดูแลไม่อย่างนั้นก็คงไม่รู้จะทำอย่างไร

เคยปรึกษาปัญหาความรักกันบ้างไหม
ต่าย :
เขาจะเป็นคนขี้เขินอาย ถ้าหากมีความรักจะไม่กล้าเล่าหรือบอกให้เรารู้เลย เคยรู้สึกน้อยใจเขาเหมือนกันนะ ทีเรามีอะไรก็จะโทรศัพท์ไปเล่าให้ฟังตลอดแต่พอถึงคราวกุ๊งกิ๊งทำไมถึงต้องปิดบัง (ทำหน้างอน)
กุ๊งกิ๊ง : ต่ายชอบคิดเอาเองว่ากุ๊งกิ๊งมีความลับกับเขา จริงๆ แล้วเขารู้อะไรเยอะมากกว่าเพื่อนๆ ในกลุ่มของเราอีก แต่ชอบคิดว่ารู้น้อยที่สุด อย่างเขาจะชอบถามถึงเรื่องสเป็คผู้ชายในฝัน ก็บอกไปว่ายังไม่รู้เลยว่าชอบผู้ชายแบบไหน เวลาใครมาจีบก็ยังลังเลว่าเราชอบเขาจริงๆ หรือเปล่า เลยไม่ได้บอกไป ไม่ได้ตั้งใจปิดบังเลยสักนิด (ทำท่าง้อ) 
โลกใบนี้จะไม่เหงา...ถ้าหากเรายังมีกัน “ต่าย – ชุติมา ลิ้มเจริญรัตน์” & “กุ๊งกิ๊ง – ปาลินี ศรีจันทร์”
ตั้งแต่แต่งงานต่ายมีเวลาให้เพื่อนๆ เหมือนเดิมไหมคะ
ต่าย :
ช่วงที่แต่งงานใหม่ๆ ต่ายก็จะใช้โปรแกรมไลน์ (line) เป็นตัวช่วยในการติดต่อกับเพื่อนๆ คอยอัพเดทข่าวว่าตอนนี้ทำอะไรกันอยู่บ้าง
กุ๊งกิ๊ง : จริงๆ แล้วก็น้อยลง แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังคงแบ่งเวลามาเจอเพื่อนๆ กุ๊งกิ๊งเข้าใจในมุมของคนที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว เพราะนอกจากที่เขาจะต้องมีเวลาดูแลสามีแล้ว เขายังต้องแบ่งเวลาให้กับคุณพ่อคุณแม่ของเขาเอง ในส่วนที่เราเป็นเพื่อนถึงแม้ไม่ได้เจอกันมิตรภาพของเราถึงอย่างไรก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง อาจจะเพราะว่าโดยปกติแล้วเราโทรศัพท์คุยกันตลอดเลยไม่ทำให้ความสัมพันรู้สึกห่างหายกันไปค่ะ
ต่าย : แต่ต่ายกลับรู้สึกว่า เขาเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายยุ่งไม่มีเวลาให้กับเรา พอเขาเรียนจบเริ่มทำงานก็แทบไม่มีเวลาได้เจอกัน ด้วยหน้าที่ตอนนี้เป็นเลขาฯ จะไปไหนมาไหนก็แทบจะขยับตัวไม่ได้ อีกอย่างด้วยนิสัยที่เป็นคนขยัน มีความซื่อสัตย์ในการทำงานของตัวเองเป็นที่สุด เลยทำให้เขาทุ่มเทจนไม่มีเวลาส่วนตัว ช่วงแรกๆ เคยสงสัยเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงยุ่งได้ขนาดนี้ เราแทยไม่ได้เจอกันเลย จนกระทั่งต่ายไปหาเขาที่ทำงาน ถึงเข้าใจขนาดพักเที่ยง 1 ชั่วโมง เขาจะต้องรับทานข้าวให้เสร็จเพื่อที่จะไปนั่งประจำที่ก่อนนายกลับมา ต่ายนับถือความมีวินัยในตัวของเขามากค่ะ (ยกนิ้วให้กำลังใจ)

แล้วรู้สึกอะไรเป็นห่วงเพื่อนมากที่สุดในตอนนี้
ต่าย :
ด้วยความที่เขาเป็นคนมองโลกในแง่ดี ไม่ว่ากับใครที่ไหนก็จะเป็นอย่างนี้ตลอด ทำให้ต่ายกลัวว่าคนภายนอกจะมาหลอกลวง หาประโยชน์จากความใจดีของเขา 
กุ๊งกิ๊ง : เขาจะชอบดุเป็นประจำ ส่วนตัวก็รู้ว่าเพื่อนเป็นห่วงกลัวเราจะถูกคนอื่นมาเอาเปรียบจนบางครั้งรู้สึกว่าเขาเป็นห่วงเราเหมือนแม่คนที่เลย ไม่ใช่แค่เรื่องของการคบคน การวางตัวก็เป็นอีกเรื่องที่เขาค่อนข้างจะเป็นห่วง เพราะกุ๊งกิ๊งจะชอบทำตัวเป็นเด็กๆ ว่าจนบางทีแอบกลัวเขาไปเลย (หัวเราะ)
ต่าย : เขาชอบหนีไปเที่ยวเกินความพอดี บางทีไปบ่อยเกินไปเราก็จะเตือนให้เขามีสติ ไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ของเขาเป็นห่วง จะคอยพูดอยากให้เขาตั้งใจทำงาน เดินไปในเส้นที่ที่ดีค่ะ

เปรียบเทียบมิตรภาพของทั้งสองเป็นเหมือนดั่งสิ่งไหน
 กุ๊งกิ๊ง : ขอเปรียนเสมือนสายน้ำ เมื่อใดที่อยู่ใกล้ๆ ก็จะมีแต่ความร่มเย็นให้ความชื่นใจตลอดมา
 ต่าย : สำหรับต่ายคงเป็นปลาขอแหวกว่ายไปกับสายน้ำ อยู่คู่กันไปตราบนานเท่านาน (ทั้งสองกอดกัน)

เทคนิคที่ทำให้กระชับมิตรภาพของทั้งสองให้ยาวนาน
ต่าย : หลักๆ คงเป็นเรื่องของความจริงใจ ในเมื่อคนเราคบกันไม่ควรเสแสร้งใส่หน้ากากให้กันและกัน ต่อหน้าอย่างไรภายในใจก็ขอให้เป็นอย่างนั้น ต่ายเป็คนตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้นเพื่อนที่คบก็จะมีลักษณะนิสัยคล้ายๆ กัน เราจะไม่โกหกความรู้สึกของตัวเอง ถ้าพอใจหรือไม่พอใจอะไรขอให้พูดออกมาตรงๆ อย่าโกหก หรือต่อหน้าดีแต่ลับหลังเอาเราไปนินทา
 กุ๊งกิ๊ง : เราต้องให้ความจริงใจแก่กันและกัน มีอะไรไม่พอใจต้องพูดออกมาตรงๆ เพื่อจะได้ปรับจูนแก้ไขปัญหากัน เพื่อรักษามิตรภาพต่อไปให้ยืนยาว เวลาที่โกรธกันอยากให้มองย้อนกลับไปกว่าที่จะคบกันได้ถึงขนาดนี้ ทั้งสองบ่มเพาะมิตรภาพมานาน อยากให้รักษาสิ่งเหล่านี้เอาไว้ให้ดีค่ะ

สิ่งที่อยากบอกกับเพื่อนรักคนนี้
 ต่าย : อยากให้เพื่อนมีเป้าหมายในชีวิต เขาเป็นคนสับสนไม่รู้ว่าสิ่งไหนคือความชอบของตัวเอง หรือเรื่องเรียนต่อต่างประเทศก็เป็นอะไรที่ดี อยากให้เพื่อนได้ไปค้นหาตัวตน การไปเรียนต่อครั้งนี้อาจจะทำให้รู้ความชอบของตัวเองก็ได้นะ (มองหน้าเพื่อน)
 กุ๊งกิ๊ง : จ้า... (ยิ้มหวาน)
 
     หลังจากที่ทั้งสองบรรยายถึงมิตรภาพของทั้งคู่ให้เราได้อมยิ้ม พร้อมๆ กับหัวใจอันชุ่มฉ่ำ ทั้งสองทำให้เราสัมผัสได้ถึงความผูกพันที่ไม่อาจมีสิ่งใดมาบั่นทอนความจริงใจอันมีค่าของพวกเธอลงได้เลย

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);