รักเพื่อน ... เพื่อนรัก : มิตรภาพเป็นมากกว่าแค่คำพูด ‘โม –มนชนก’
  
  
ColumDetail
24
รักเพื่อน ... เพื่อนรัก : มิตรภาพเป็นมากกว่าแค่คำพูด ‘โม –มนชนก’

Hug Magazine ปีที่ 5 ฉบับที่ 8
รักเพื่อน ... เพื่อนรัก : นลภรณ์
 ภาพ : ปอแป้ง

 

มิตรภาพเป็นมากกว่าแค่คำพูด ‘โม –มนชนก’
          หลายคนอาจไม่รู้ว่า ‘โม –มนชนก แสงเพียงเพ็ญ’ นางเอกไซส์มินิแห่งค่ายเอ็กแซ็กท์
คนนี้ มีเพื่อนรักเป็นคนนอกวงการที่ชื่อ ‘เมย์ – กัณฐิกา ว่องประเสิรฐกุล’ ผู้ล่วงรู้เกือบทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่วัยเด็กจนกระทั่งเติบใหญ่ของเธอ ทั้งสองต่างรับรู้และอยู่เคียงข้างกันตลอดมา ถึงแม้จะมีช่วงเวลาที่จำต้องแยกจาก เพราะต่างเลือกเดินทางตามเส้นทางความฝันของตนเอง แต่นั่นก็มิใช่อุปสรรคที่ทำให้ทั้งคู่นั้นลืมกันและกัน นับเป็นโอกาสดีที่ ‘รักเพื่อน...เพื่อนรัก’ ได้ร่วมพูดคุยกับพวกเธอ จะสนุกสนานแค่ไหน ไปดูกันเลย
มิตรภาพเป็นมากกว่าแค่คำพูด ‘โม –มนชนก’

อยากทราบว่าทั้งสองคนรู้จักกันได้อย่างไร
 โม : เราเคยเรียนโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ
 เมย์ : ใช่ค่ะ เรียนที่โรงเรียนพิชญศึกษา รวมๆ แล้วเป็นเพื่อนกันมา 14 ปีแล้วค่ะ ตั้งแต่ชั้น ป. 4 จนถึงชั้น ป. 6 จากนั้นก็แยกย้ายกันเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษา ตัวเมย์เองย้ายไปเรียนที่เซนต์ฟรังฯ ส่วนโมก็เรียนที่สวนกุหลาบนนทบุรี
โม : โชคดีที่เราได้รู้จักกัน ได้เรียนรู้กัน จนถึงวันนี้มิตรภาพของเราก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป ยังคงพบปะพูดคุยสังสรรค์กันอยู่เหมือนเคย

เพื่อนสนิทคนนี้นิสัยอย่างไร
 เมย์ : ภายนอกคนอาจจะมองว่าเขาเป็นคนแข็งแรง เข้มแข็ง ไม่ค่อยเห็นน้ำตาของโมง่ายๆ ใครจะรู้ว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นคนที่เซนซิทีฟง่ายมาก และขี้สงสารกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต บางทีพอได้ยินเพื่อนเล่านิดหน่อยก็น้ำตาไหลแล้ว จำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งเราสองคนนั่งรถไปด้วยกัน แล้วโมหันไปเห็นรถข้างๆ ซึ่งเป็นรถขนวัวที่กำลังถูกขนสัตว์เข้าโรงเชือด เท่านั้นละเขานั่งร้องไห้ไม่หยุดเลย
โม : เพื่อนๆ จะรู้ดีว่าโมจะรับกับภาพที่เห็นแบบนี้ไม่ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม อาจจะเพราะส่วนตัวเป็นคนไม่ทานเนื้อวัวมาตั้งแต่เด็กๆ เริ่มจากการที่คุณพ่อกับคุณแม่นับถือเจ้าแม่กวนอิม (พระโพธิ์สัตว์กวนอิม) ทำให้ทุกคนในครอบครัวไม่ทานเนื้อวัวเลย เพราะตั้งแต่เด็กจะฝังใจว่าวัวเป็นสัตว์ใหญ่ ที่ไม่ควรนำมารับประทาน พอเห็นภาพที่อยู่ในรถทำให้รู้สึกสะเทือนจิตใจ เห็นแล้วรู้สึกสงสารค่ะ

ทราบมาว่าไม่ว่าถึงแม้จะอยู่ต่างโรงเรียน แต่โมจะขอคำแนะนำจากเมย์เสมอมา
 เมย์ : การที่เราอยู่ต่างโรงเรียนกันไม่ได้หมายความว่า จะทำให้มิตรภาพความเป็นเพื่อนของเราน้อยลง เพราะไม่ว่าจะห่างหายกันนานสักเท่าไหร่ เราก็สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่มีความลับระหว่างกัน ทุกเรื่องราวในชีวิตเมย์จะรู้ทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไร เพราะบางเรื่องเราสามารถเล่าให้เพื่อนฟังได้ แต่เล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟังอาจจะไม่เข้าใจ ตามสถานการณ์และประสบการณ์ในวัยของเราที่ได้ไปเจอ
โม :  เมย์เป็นคนที่เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่หล่อหลอมเป็นตัวตนของโมในวันนี้ เขารับได้ทุกอย่างทั้งข้อดีและข้อเสีย จะคอยเตือนสติให้โมทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่จะเคารพทุกการตัดสินใจที่โมได้ทำลงไปทุกอย่างค่ะ (มองตาเพื่อนสนิท)

ได้เจอกันบ่อยไหม
โม :
อาทิตย์นึง อย่างน้อยๆ ต้องเจอกันอย่างต่ำ 5 วัน แต่ไม่ใช่การนัดหมายล่วงหน้า เป็นแบบปัจจุบันทันด่วนค่ะ
เมย์ : อย่างเรานึกอยากไปเที่ยวต่างจังหวัด ตื่นขึ้นมาตอนเช้าโทรหาโม เช็คคิวว่าเพื่อนว่างไหม วันนี้มีคิวถ่ายละครหรือเปล่า พอมีเวลาก็ขับรถไปกันเลย
โม : ส่วนตัวโมคิดว่า การได้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนเป็นความสุข เคยมีคนบอกโมว่า “ไม่มีเวลาเจอเพื่อน” สำหรับโมแล้วอยู่ที่ใครจะจัดสรรเวลาอย่างไร ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่าๆ กัน สำหรับโม สามารถเอาทุกๆ อย่างมารวมกันได้ โมสามารถเลิกงานตอนเที่ยงคืน แล้วไปเจอเพื่อนต่อได้ ในมุมมองคนอื่น อาจจะมองว่าเป็นการไม่รักตัวเอง ไม่ดูแลสุขภาพ แทนที่จะกลับบ้านไปนอน สำหรับโมคิดว่าชีวิตของคนเรานั้นสั้น  เราควรรีบเก็บเกี่ยว  อยากจะทำอะไรก็รีบทำ ให้ทุกๆ วันมีแต่ความสุข 

อะไรคือความประทับใจในเพื่อนคนนี้คะ
 โม : สำหรับเมย์ โมรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เข้าใจปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นในชีวิต เขาจะมองโลกในแง่ดี ไม่โทษว่าใครเป็นคนผิดหรือถูก จะคิดเสมอว่าทุกๆ คนมีเหตุผลของตัวเอง ไม่มีใครอยากจะทำในสิ่งเลวร้ายหรอก ด้วยเหตุนี้ เธอจึงถูกยกให้เป็นเพื่อนสนิทที่โมสามารถปรึกษาได้ทุกเรื่อง เมย์จะเป็นคนที่คอยเคียงข้างอยู่กับเราในเวลาที่ทุกข์ และสุข เป็นกำลังใจให้โมตลอดมาค่ะ
 เมย์ : ด้วยความที่โมเป็นนักแสดง ต้องทำงานในวงการบันเทิง เวลาที่ได้พบปะกับเพื่อนๆ ก็จะแตกต่างจากเพื่อนคนอื่นที่อยู่ในวัยเดียวกัน แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มีเวลาว่างจากการทำงาน เขาก็จะรีบขับรถมาหาเราทันที โมให้ความสำคัญกับเพื่อนมาก ทุกครั้งในเวลาที่เมย์มีปัญหา แล้วโทรศัพท์ไปเขา ถึงแม้จะไม่ว่างแต่เขาจะโทรกลับมาทุกครั้ง อาจจะเป็นเวลาที่ไม่มากมาย เพียง 10 นาที แต่มันทำให้รู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเรายังมีเขาอยู่ข้างๆ เสมอ (ยิ้มให้แก่กัน)
 
ถามถึงผู้ชายในสเป๊คของโมต้องเป็นอย่างไร
 เมย์ : ต้องเป็นเด็กแนวค่ะ (หัวเราะ) เวลาที่เดินสวนทางกัน ถ้าโมเห็นผู้ชายแต่งตัวแนวๆ ก็จะกรี๊ดกร๊าด ยิ่งแต่ตัวเซอร์ๆ สไตล์ญี่ปุ่นนิดๆ ยิ่งปลื้ม แต่เขาจะไม่ชอบคนที่ใส่สูทผูกไท ดูเรียบร้อยจนเกินไปค่ะ 
 โม : ส่วนใหญ่คนที่เข้ามาในชีวิต เมย์ก็รู้จักเกือบทุกคนค่ะ ถ้าคนคนนั้นเป็นคนที่ใช่ ก็จะชวนมากินข้าวกับเพื่อน ทำความรู้จักกัน เราอยากให้คนพิเศษของเราเข้ากับเพื่อนได้ด้วย เพราะถ้าคนไหนที่เข้ากับเพื่อนๆ ไม่ได้ โมก็เลือกที่จะไม่คบต่อ ด้วยเหตุผลที่ว่า เพื่อนคือชีวิต ถ้ามีคนรักแล้วต้องทิ้งมิตรภาพดีๆ ไป โมขอไม่เลือกค่ะ
 เมย์ : คนที่จะมาเป็นแฟนของเพื่อนได้ จะต้องให้อิสระ ไม่ก้าวก่ายชีวิตของเขามากนัก ด้วยความที่โมเป็นคนขี้รำคาญ ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับโลกส่วนตัวของเขามากจนเกินไป จริงมั้ยจ๊ะ (แซวเพื่อนสนิท)

มิตรภาพเป็นมากกว่าแค่คำพูด ‘โม –มนชนก’

ตอนนี้ทั้งสองสาวมีหนุ่มรู้ใจหรือยัง
โม :
ตอนนี้นิ่งๆ มากเลยค่ะ โมเรียนที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ (มศว) มา 4 ปี ไม่เคยมีคนมาจีบเลย เคยมีคนบอกว่าโมชอบทำหน้าดุ ดูน่ากลัวเหมือนมีรังสีอะไรบางอย่างที่คนมองว่าไม่น่าเข้าหา ทำไมผู้หญิงคนนี้ดูหยิ่งจัง (ทำคิ้วขมวด) 
 เมย์ : มองภายนอกอาจจะไม่กล้าเข้ามาจีบ แต่เมย์บอกได้เลยว่า ถ้าลองได้รู้จักแล้วผู้ชายคนนั้นจะรักโมอย่างแน่นอน (อมยิ้ม) 
 โม : ใครจะน่ารักเหมือนเมย์ล่ะ มีหนุ่มฮอตในโรงเรียนตามจีบ จนคบกันมา 3 ปีแล้ว ก็ยังดูแลดีเหมือนเดิม โชคดีที่ได้เจอผู้ชายคนนี้ เห็นเมย์มีความสุขโมก็มีความสุขเช่นกันค่ะ  
 
เพื่อนทำงานหนักแบบนี้ เมย์รู้สึกเป็นห่วงโมหรือเปล่า
 เมย์ : มากค่ะ แทบทุกเรื่อง (สบตาเพื่อนรัก) ทั้งเรื่องงาน การแบ่งเวลาในการดูแลสุขภาพ บางครั้งเขาถ่ายละครจนดึก หน้าเขียวยังขับรถมาหาเพื่อน ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นเวลาพักผ่อนของเขา รวมถึงคนที่จะเข้ามาในชีวิตของเขาด้วย อยากเห็นเพื่อนเจอคนดีๆ ที่รักในตัวตนของโมอย่างแท้จริง ชีวิตเขาก็ผ่านประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดีมาเยอะ อยากให้ค่อยๆ ดูคนดีๆ รักตัวเองให้มาก อย่ารักใครจนลืมรักตัวเอง (สบตาเพื่อนรัก)
 โม : เขาเป็นคนที่ไม่น่าห่วงอะไรเลย ทั้งชีวิตสามารถจัดการกับปัญหาได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว การเรียน ฯลฯ เมย์เป็นคนที่มีความสุขในทุกๆ เรื่อง เพราะตั้งแต่สมัยเรียน เมย์เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวรักทั้งๆ ที่สอบติดมหาวิทยาลัยรัฐบาล แต่เป็นคณะที่เธอไม่ชอบ ก็เลยเลือกเรียนคณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยเอกชนแทน เพื่อที่จะได้เรียนในสิ่งที่รักและชอบ เป็นคนที่รู้จักตัวเองมากๆ ค่ะ เขาเป็นคนที่มีความสุขในทุกเรื่องของชีวิต แทบไม่เคยเห็นเขาร้องไห้ให้เห็นเลยค่ะ

สิ่งที่อยากให้เพื่อนแก้ไขและปรับปรุง
เมย์ :
คงเป็นเรื่องของคำพูดคำจาของโม ด้วยความที่มีนิสัยตรงๆ สิ่งที่พูดออกมากับความรู้สึกนั้นเหมือนกัน อย่างตอนที่ไปทริปที่เชียงใหม่กับเพื่อนๆ ก็จะมีเพื่อนที่มหาวิทยาลัยของเมย์ไปด้วย เขาก็แปลกใจว่าทำไมทักทายแล้ว โมพูดห้วนๆ ใส่ สำหรับเมย์มองเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเราคบกันมานาน รู้จักเขาดี แต่ถ้าคนที่ไม่สนิทจะรับการกระทำของเขาไม่ได้ บางทีถึงขั้นเกลียดก็เป็นไปได้ เป็นเรื่องที่ห่วงเขามากที่สุด อยากให้ระมัดระวัง พูดให้อ่อนหวานกว่านี้
โม : เมื่อก่อนหนักกว่านี้ หน้าก็ดุ ไม่ค่อยยิ้ม นี่ปรับตัวเยอะขึ้นแล้วค่ะ เข้าใจที่เพื่อนพยายามเตือนเรา จะพยายามปรับตัวให้ดีขึ้นค่ะ

อยากทราบนิยามของคำว่า ‘เพื่อนแท้’
 โม : คือคนที่คอยรับเรายามที่เราล้ม เหมือนพ่อแม่ เหมือนคนในครอบครัว เป็นญาติที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน
 เมย์ : เขาเป็นบุคคลสำคัญที่สำคัญถัดลงมาจากคุณพ่อและคุณแม่ด้วยซ้ำ เพราะว่าพ่อแม่บางอย่างเราอาจจะบอกเขาได้แต่อาจจะบอกไม่หมด แต่เพื่อนคือเราสามารถบอกได้หมดทุกอย่าง รายละเอียดยิบย่อยทุกๆ อย่าง ในบางทีมุมมองของเพื่อนอาจจะดีกว่าเราก็ได้ ทุกอย่างให้คำปรึกษาได้ ให้อภัย เข้าใจ ยอมรับ นี่คือเพื่อนสนิท

อยากให้ฝากถึงเทคนิคการดูแลมิตรภาพอย่างยั่งยืน
 เมย์ : อยากให้เข้าใจ และให้อภัย เพื่อนทุกคนไม่มีใครทำถูกเสมอ มีบ้างที่ไม่เคยทำผิด เราคบกันมาตั้งนาน ถ้าหากโกรธกัน หรือเป็นเพื่อนทำความผิดก็ควรให้คำปรึกษา ให้เขาปรับปรุงตัว เพื่อนที่จะเข้ากับสังคมกับคนอื่นได้ เราอยากให้เพื่อนได้ดีค่ะ
 โม : เวลาที่โกรธไม่พอใจกัน ก็อยากให้นึกถึงข้อดี สิ่งดีๆ ที่เขาเคยทำร่วมกันมา เพราะอย่างไร คนเราคบกันผ่านระยะเวลานานกว่าจะเกิดเป็นมิตรภาพ พยายามมองส่วนดีของเขา แล้วอภัยจะทำให้ความเป็นเพื่อนนั้นยืนยาวนาน

          เมื่อเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ สองสาวเพื่อนซี้ต่างโพสต์ท่าถ่ายรูปน่ารักๆ ให้ได้อมยิ้มไปกับความสดใสของพวกเธอ เรียกว่างานนี้สาวโมจัดเต็ม พร้อมทั้งฝากลูกอ้อนให้แฟนๆ ที่คิดถึงเธอ ติดตามการแสดงของเธอเรื่อง ‘ปีกมาร’ ที่กำลังถ่ายทำอยู่ อดใจรออีกนิด ไม่นานเกินรอ ก็คงได้เห็นผลงานของเธออย่างแน่นอน

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);