รักคืออะไร

รักคืออะไร ถ้าไม่เปิดพจนานุกรมคงยากจะนิยาม เพราะความหมายขึ้นอยู่กับความพอใจ ประสบการณ์ ความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคน
เหมือนรสชาติของอาหารชนิดเดียวกัน คนหนึ่งชิมแล้วบอกหวานไป อีกคนบอกจืดไป แต่อีกหลายคนบอกอร่อยดี
เรื่องแบบนี้ ลิ้นใคร ลิ้นมัน
คนที่มีประสบการณ์ความรัก ก็เหมือน ‘ตาบอดคลำช้าง’
แล้วแต่ว่าจะไปคลำเจอส่วนไหน ก็อธิบายช้างตามสิ่งที่ตัวเองได้พบมา

รักคือการเสียสละ
ให้อีกฝ่ายมีความสุขได้ก็สุขใจ แม้ไม่ได้ครอบครองเป็นเจ้าของ แต่ขอมองอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ก็พอ
ความรักในนิยามนี้อาจเกิดขึ้นเพราะไปรักคนมีเจ้าของ หรือเราเองมีเจ้าของอยู่แล้วก็ต้อง (จำใจ) เสียสละ รักนะแต่ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องเป็นคู่ก็รักกันได้
รักคือการเป็นเจ้าของ
รักแบบนี้ตรงข้ามกับกรณีแรก รักในกรณีแรกเป็นฝ่ายให้ แต่รักกรณีนี้ขอรับอย่างเดียว
รักใคร คนนั้นต้องมอบทั้งตัวและหัวใจ ให้ทั้งหมด ยิ่งกว่าอุทิศศพให้นักศึกษาแพทย์
บางคนอย่าว่าแต่ปันใจ แค่ชายตามองใครยังตบซะกลับหลังหัน
รักแบบนี้เป็นรักแบบเป็นเจ้าของ หึงแรง หวงแหนมาก ถ้าฉันไม่ได้ คนอื่นก็อย่าหวังจะได้
ใครรักกับคนที่มีนิยามความรักเช่นนี้ ต้องพลีตัว พลีใจ และสุดท้ายอาจถึงขั้นต้องพลีชีพกันทีเดียว
รักคือสิ่งที่ดีสุด
ใครที่ให้นิยามความรักแบบนี้ ย่อมมีความรู้สึกดีๆ กับความรัก
รักอาจทำให้เขาสดใส มีกำลังใจ มีไฟฝัน มีความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ
มีความรักเป็นพลังขับเคลื่อนไปสู่สิ่งดีงามในชีวิต
คนที่สมหวังในความรักนี้ จึงเห็นความรักสดใสซาบซ่า
รักคือฝันร้ายในชีวิต
ดังที่สายัณห์ สัญญา บอกไว้ว่า ‘ความรักเหมือนยาขม’
คนที่อกหัก รักไม่สมปรารถนา หย่าร้าง ชีวิตพังทลาย ก็จะมองความรักเหมือนเมฆหมอกดำที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทำให้ขมขื่น กล้ำกลืนน้ำตาจนกว่าจะจากกันไป
ใครมาบอกว่าความรักเป็นสิ่งที่ดี รับรองว่า คนประเภทนี้จะเบ้ปากใส่ แล้วบอกว่า ไปไกลๆ ความรัก
รักคืออาหารทิพย์
เวลาโลกนี้เป็นสีชมพูด้วยกลิ่นไอแห่งความรัก อะไรที่ดูยากก็กลับง่าย อะไรที่เป็นไปไม่ได้ก็กลายเป็นสิ่งที่ไม่เกินฝัน
มีอย่างที่ไหน นั่งคุยกันทั้งวันทั้งคืน ทรหดยิ่งกว่าคนติดเกมส์หรือเล่นไพ่
กินก็ได้ ไม่กินก็ได้ ไม่ได้รู้สึกหิวอะไร ถ้ามีคนรักอยู่ข้างๆ
เวลามีจิ๊กโก๋เป็นสิบเข้ามารุม ถ้าอยู่กับเพื่อนจะโกยอ้าวเป็นคนแรกๆ แต่อยู่กับแฟนจะโดดขวางกางปีกป้องแฟนอย่างกล้า พร้อมกับท้าว่า ข้ามศพกูไปก่อน
สุดท้ายจิ๊กโก๋มันก็ข้ามได้สำเร็จ
ปาฏิหาริย์ในความรัก มีเรื่องเล่าได้ไม่รู้จบ
เขาถึงบอกไว้ว่า แรงขับเคลื่อนอันทรงพลังที่สุดของมนุษยชาติ คือ ‘แรงขับเคลื่อนทางเพศ’
จะเห็นได้ว่า มุมมองความรักของคนเราย่อมแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ
เพศ วัยวุฒิ ประสบการณ์ เชื้อชาติ ศาสนา ชนชั้น การอบรมเลี้ยงดู ค่านิยม
ซึ่งแต่ละคนได้รับการบ่มเพาะมาไม่เหมือนกัน จึงทำให้คำนิยามของความรักผิดแผกกันด้วย
ดังนั้น ความรักจึงเหมือนการเติมคำในช่องว่าง
ใครจะเติมอะไรก็ตามแต่ใจของแต่ละคน
ไม่ว่าจะให้ความหมายของความรักอย่างไร ความรักก็เป็นอารมณ์ชนิดหนึ่ง
ขึ้นชื่อว่าอารมณ์ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ไม่คงที่
อารมณ์คนเราในหนึ่งวัน ยังมีดี มีร้าย มีหน่าย มีสนุก มีทุกข์ มีเบื่อ สลับกันไป
อารมณ์รักก็เช่นกัน บางวันรักกันแทบจะ ‘ตายแทนกันได้’
วันต่อมากลับบอกว่า ไปตายคนเดียวเถอะ เรื่องอะไรฉันจะตายแทนคนอื่น
ถ้ารู้เท่าทันจะไม่โวยวายว่า ทำไมเมื่อวานถึงบอกว่าตายแทนกันได้
แล้วทำไมวันนี้ไล่ให้ไป ถึงเวลาที่ลาจากกัน (ตาย)
แต่ที่พูดนี้ ไม่ใช่ให้ปลงว่า พอเริ่มรักก็เตรียมเลิกราได้เลย
คำว่า ‘สิ่งมีชีวิต’ ต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่ มอบแต่สิ่งดีๆ เมื่อมีปัญหาก็ช่วยกันรักษา แก้ไข
ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดขึ้นมาแล้วทิ้งไว้ตามยถากรรม
ความรักเป็นสิ่งมีชีวิต เกิดแล้วต้องตาย ตามอายุขัยก็จริง
แต่ถ้าดูแลรักษาไว้ให้ดี แม้ต้องตายตามวัย แต่จะคงอยู่ในใจตราบนานเท่านาน