รู้ไหม การติดเชื้อก่อมะเร็งได้นะ !!

   มะเร็งเป็นโรคที่น่ากลัวและไม่มีใครอยากข้องเกี่ยวด้วย เมื่อพูดถึงสาเหตุของโรคมะเร็ง เชื่อว่าหลายๆ คนคงนึกถึงสาเหตุอันเกิดจากสารพิษ สารเคมี ที่สังเคราะห์ขึ้นโดยมนุษย์ แต่ยังมีสาเหตุจากธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้และมีความน่าสนใจไม่น้อย นั่นคือ ‘การติดเชื้อ’

   เมื่อร่างกายมนุษย์ติดเชื้อจะเกิดกระบวนการหลายอย่างภายในเซลล์ที่นำไปสู่มะเร็งได้ และในปัจจุบันก็พบเชื้อก่อโรคหลายชนิดที่สัมพันธ์กับการก่อเกิดมะเร็ง

1. พยาธิใบไม้ในทางเดินน้ำดี พยาธิชนิดนี้ติดต่อเข้าสู่ร่างกายได้ด้วยการรับประทานปลาหรือสัตว์น้ำจืดที่ไม่สุกซึ่งมีพยาธินี้อยู่ เมื่อรับเข้าไปในร่างกายแล้ว พยาธิก็ไปอาศัยอยู่ในทางเดินน้ำดีของตับ ซึ่งการเคลื่อนตัวไปมาภายในทางเดินน้ำดี รวมทั้งกระบวนการต่อต้านของร่างกายที่มีต่อพยาธิก่อให้เกิดการอักเสบของทางเดินน้ำดี ผลก็คือ เมื่อมีการอักเสบนานๆ เข้า เซลล์ในบริเวณนั้นอาจกลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดีได้

   การตรวจหาและใช้ยากำจัดพยาธิอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี แต่หนทางป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการรับประทานอาหารสุกที่ผ่านความร้อนอย่างเพียงพอ


2. พยาธิใบไม้ในเลือด เป็นพยาธิชนิดหนึ่งซึ่งอาศัยในหอยน้ำจืด และเมื่อโตได้ที่ก็จะออกจากหอยน้ำจืด เมื่อคนเดินผ่าน พยาธิก็ไปเกาะฝังที่ผิวหนังแล้วเข้าสู่กระแสเลือด ในกระบวนการขยายพันธุ์นั้นมีช่วงหนึ่งที่ตัวเมียวางไข่ในกระเพาะปัสสาวะ ช่วงดังกล่าวจะก่อให้เกิดการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะและเกิดสารบางชนิดที่มีผลเหนี่ยวนำให้เกิดมะเร็งได้ง่ายขึ้น ในพื้นที่ที่มีการระบาดของพยาธิชนิดนี้ พบว่ามันเป็นสาเหตุของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะมากอันดับสองรองจากบุหรี่เลยทีเดียว

   ทั้งนี้พยาธิใบไม้ในเลือดมีหลายชนิด แต่ชนิดที่ก่อให้เกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ พบมากในแอฟริกาและตะวันออกกลาง ส่วนในไทยไม่ค่อยพบ
   การป้องกันทำได้โดยการสวมอุปกรณ์ป้องกันเมื่อต้องเดินลุยน้ำในสภาพธรรมชาติ


3. เชื้อแบคทีเรีย H. Pylori แบคทีเรียชนิดนี้ถือเป็นแบคทีเรียที่พบในมนุษย์มากที่สุดตัวหนึ่ง เป็นเชื้อที่พบในกระเพาะอาหารของมนุษย์โดยอาศัยอยู่ที่พื้นผิวเซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหารและสร้างชั้นเจลหลบอยู่ กรดของกระเพาะจึงไม่อาจทำลายwfh
เชื้อนี้เมื่ออยู่ไปนานๆ เข้า จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อกระเพาะอาหารเป็นเวลานานๆ และเพิ่มโอกาสการกลายไปเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้ นอกจากนี้มันยังกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวบางชนิดมารวมตัวกันใต้เนื้อเยื่อของกระเพาะอาหารและเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดที่เกิดในกระเพาะอาหารได้ ทั้งนี้มีงานวิจัยบางชิ้นพบว่าการรักษาการติดเชื้อนี้ช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารลงได้ 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับคนที่เป็นแล้วไม่รักษา และในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งกระเพาะอาหารเมื่อรักษาแล้วก็มักมีการตรวจและกำจัดเชื้อชนิดนี้ออกจากร่างกาย

เชื้อ H. Pylori นี้ติดต่อผ่านอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ และบางครั้งติดต่อจากคนสู่คนโดยตรงได้โดยผ่านสารคัดหลั่งทางปาก


4. เชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี ทั้งสองชนิดนี้เป็นไวรัสก่อโรคตับอักเสบทั้งเฉียบพลันและเรื้อรังที่สำคัญ ไวรัสตับอักเสบซีก่อให้เกิดการอักเสบของตับอย่างเรื้อรังจนเกิดตับแข็งซึ่งจะนำไปสู่มะเร็งตับได้ ส่วนไวรัสตับอักเสบบีทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและเกิดมะเร็งตับได้แม้ยังไม่เกิดตับแข็ง

เชื้อไวรัสทั้งสองชนิดนี้ติดต่อได้ทางเลือดเป็นหลัก อาจเกิดจากการรับเลือดในสมัยที่ยังไม่มีการตรวจคัดกรอง จากการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน เพศสัมพันธ์ หรือจากแม่สู่ลูกในระหว่างคลอด

ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบีแล้ว เด็กในปัจจุบันมักได้รับตั้งแต่ขวบปีแรก ส่วนผู้ที่ยังไม่เคยฉีดก็ควรหาโอกาสไปตรวจรับคำปรึกษาเพื่อการฉีดวัคซีนครับ


5. เชื้อไวรัส HPV เชื้อ HPV หรือ human papillomavirus เป็นกลุ่มของเชื้อไวรัสที่มีหลายชนิด และเชื้อบางตัวที่อยู่ในกลุ่มมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็ง มะเร็งที่สำคัญยิ่งที่เกี่ยวข้องกับเชื้อชนิดนี้คือมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับเชื้อเข้าไปแล้ว เชื้อจะแฝงตัวเข้าไปในเซลล์เยื่อบุ จากนั้นจึงสร้างโปรตีนที่กระตุ้นการเกิดมะเร็งขึ้น นอกจากมะเร็งปากมดลูกแล้วเชื้อนี้ยังก่อให้เกิดมะเร็งในส่วนอื่นๆ ได้ ได้แก่ มะเร็งของช่องปากและลำคอ มะเร็งของอวัยวะเพศ การติดต่อของเชื้อนี้มักเกิดจากสัมผัสสารคัดหลั่งที่มีเชื้อ โดยมากเกิดระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ในทุกช่องทาง

ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV แล้ว เป็นวัคซีนที่ทำเพื่อป้องกันเชื้อชนิดที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งบางชนิด


6. เชื้อไวรัส Epstein-Barr EBV เป็นเชื้อชนิดที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อโมโนนิวคลีโอซิส ผู้ป่วยมีอาการไข้สูง เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต หลังจากติดเชื้อแล้วเชื้อมักซ่อนตัวอยู่ในเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกาย ในการซ่อนตัวนั้นมันสร้างเอนไซม์ตัดต่อสารพันธุกรรมของเซลล์ได้ จึงเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติที่อาจก่อเกิดมะเร็ง เชื้อชนิดนี้มีความสัมพันธ์กับมะเร็งของช่องปากลำคอและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองหลายชนิด

การติดต่อส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสกับน้ำลาย (เช่น การกินน้ำแก้วเดียวกัน การจูบกัน) นอกจากนี้ยังเกิดจากการรับเลือดและการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อ


7. เชื้อไวรัส HHV-8 หรือที่เรียกกันว่า Kaposi’s sarcoma – associated herpesvirus เป็นไวรัสที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของผนังหลอดเลือดขนาดเล็ก ค้นพบครั้งแรกจากเนื้อเยื่อของผู้ป่วยมะเร็งชนิด Kaposi’s sarcoma ไวรัสนี้ติดต่อได้ทางน้ำลายและทางเพศสัมพันธ์ ตามปกติแล้วผู้ที่ติดเชื้อมักไม่มีอาการและไม่ได้เป็นมะเร็ง แต่หากมีภาวะภูมิต้านทานลดลงมากๆ ก็จะพบมะเร็งจากเชื้อนี้ได้


8. เชื้อไวรัส HIV ร่างกายมีระบบการป้องกันมะเร็งโดยอาศัยระบบภูมิคุ้มกัน เซลล์เม็ดเลือดขาวบางชนิดสามารถตรวจสอบได้ว่าเซลล์ไหนเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งหรือไม่แล้วทำลายทิ้งก่อนเกิดปัญหา นอกจากนี้ไวรัสหลายชนิดยังสามารถซ่อนตัวในร่างกาย หากร่างกายแข็งแรงก็จะหลบซ่อนไม่ออกมา

เชื้อเอชไอวีเป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเอดส์ได้ เมื่อการทำงานของภูมิคุ้มกันบกพร่องย่อมทำให้ระบบป้องกันมะเร็งของร่างกายลดลงและเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดมะเร็งดังกล่าวข้างต้นก็อาจก่อปัญหาได้ ดังนั้นผู้ป่วยเอดส์จึงมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็ง Kaposi’s sarcoma

การลดความเสี่ยงของมะเร็งในผู้ป่วยเอชไอวีทำได้ด้วยการรับยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอและรักษาภูมิต้านทานของร่างกายให้กลับมาเป็นปกติ

การป้องกัน
1. รับประทานอาหารสุกสะอาด ใช้ช้อนกลาง ไม่ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน ไม่ใช้แปรงสีฟันร่วมกัน เนื่องจากเชื้อดังกล่าวข้างต้นหลายชนิดติดต่อได้ทางอาหารหรือทางน้ำลาย
2. ล้างมือให้สะอาด เพื่อป้องกันมิให้เชื้อที่ติดมือเรามานั้นผ่านเข้าทางปากหรือเยื่อบุบนใบหน้า
3. ฉีดวัคซีน สำหรับเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและเชื้อ HPV
4. มีเพศสัมพันธ์เฉพาะกับคู่ของตน เพราะแม้แต่การใส่ถุงยางอนามัยยังไม่อาจป้องกันการติดเชื้อบางชนิดเช่น HPV ได้ผลชะงัด
5. ไปรับการตรวจหากเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อข้างต้น เพื่อจะได้ทราบว่าเป็นหรือไม่และหาทางแก้ไขเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน

การดูแลตนเองหากได้รับเชื้อไปแล้ว
เมื่อพบว่าเรามีความเสี่ยงและตรวจพบว่ามีเชื้อเหล่านี้อยู่ในตัวแล้ว สิ่งที่ทำได้ต่อไปคือการดูแลตนเองเพื่อลดเรื่องร้ายๆ ที่ตามมา
1. รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เพราะว่าถ้าร่างกายของเราอ่อนแอลง ก็จะเปิดช่องให้เชื้อบางชนิดคุกคามได้ และมีเชื้อบางชนิดที่กล่าวไปมีวิธีรักษาให้หายหรือบางชนิดไม่หายแต่ลดความรุนแรงได้
2. งดเหล้าและบุหรี่ เพราะเพิ่มภาระการทำงานของตับและเพิ่มความเสี่ยงเรื่องมะเร็ง